หากคุณเป็นพนักงานที่ได้รับเงินเดือนปานกลาง คุณอาจจะต้องระวังสักเล็กน้อย ว่าหุ่นยนต์จะสามารถทำงานในส่วนของคุณได้ สถิติเผยว่า 47% ของโอกาสการจ้างงานทั้งหมด ภายในสองทศวรรษถัดไป เป็นการว่าจ้างงาน “เครื่องจักร” การวิจัยพยายามที่จะคาดเดาประเภทของงาน ซึ่งน่าจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักในอีกสองสามทศวรรษข้างหน้า คนงานที่มีทักษะระดับกลาง เช่น นักบัญชี, นักขายสินค้าทางโทรศัพท์ และตัวแทนการขนส่งสินค้า ถือว่ามีแนวโน้มที่จะถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่แรงงานที่มีทักษะ เช่น นักวิทยาศาสตร์, ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ, หัวหน้า, ผู้ประกอบการ, นักเขียน และศิลปิน ถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ปลอดภัยมากที่สุด

แม้ว่าเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ จะสามารถปรับปรุงความเร็ว, คุณภาพและต้นทุนของสินค้าและบริการที่มีอยู่ได้ แต่ก็อาจทำให้มีคนงานจำนวนมากไม่ได้รับงานในส่วนนี้ ความเป็นไปได้นี้ท้าทายรูปแบบผลประโยชน์แบบดั้งเดิมของการดูแลสุขภาพให้กับพนักงาน และการออมเพื่อการเกษียณอายุ ในระบบเศรษฐกิจที่มีพนักงานน้อยลงอย่างมากเราต้องคิดถึงวิธีการสร้างผลประโยชน์ให้กับคนงานที่ถูกแทนที่

 

ผลกระทบของเทคโนโลยีที่ทำงานอัตโนมัติ มีการพูดถึงอยู่ตลอดช่วงเศรษฐกิจ จำนวนหุ่นยนต์ในการอุตสาหกรรมทั่วโลก ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยราคาที่ถูกลงของหุ่นยนต์ และความสามารถในการทำงาน ที่ทำได้ทุกวันโดยไม่มีการหยุดพัก ทำให้มันมีความเหมาะสมทางด้านราคา เมื่อเทียบกับแรงงานมนุษย์ ในภาคบริการ อัลกอริทึมของคอมพิวเตอร์สามารถดำเนินธุรกิจการซื้อขายหุ้น ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งมันรวดเร็วกว่าที่มนุษย์ทำได้ได้ เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้ มีราคาที่ถูกกว่า, มีความสามารถมากขึ้น และแพร่หลายมากขึ้น จึงมีการนำมาใช้ในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

 

ผู้เชี่ยวชาญไม่เห็นด้วยกับขนาดของผลกระทบ ที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะมีต่อกลุ่มแรงงาน หากเทคโนโลยีอัตโนมัติเช่นหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทำให้งานมีความปลอดภัยลดลงในอนาคต มันก็จะต้องมีวิธีการสร้างผลประโยชน์นอกเหนือจากการจ้างงาน “Flexicurity” หรือการรักษาความปลอดภัยแบบยืดหยุ่นเป็นแนวคิดหนึ่งในการให้การดูแลทางด้านสาธารณสุข, การศึกษาและการให้ความช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยไม่ว่าจะมีการจ้างงานลูกจ้างอย่างเป็นทางการหรือไม่ การขยายสินเชื่อรายได้ ช่วยการันตีถึงการมีรายได้ขั้นพื้นฐานและเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันผลกำไรของ บริษัท และบางแนวคิดจะต้องมีการนำมาพิจารณา ในกรณีที่มีการว่างงานแบบถาวรเกิดขึ้น

 

บางทีคำถามที่น่าสนใจมากที่สุด คือผู้คนมีวิธีการใช้เวลานอกเนหือจากช่วงเวลางานอย่างไรที่ “บัญชีกิจกรรม” ถือเป็นสิ่งที่สร้างมูลค่า ให้กับการศึกษาเกิดขึ้นตลอดเวลา หรืออาสาดำเนินการด้วยสาเหตุที่มีคุณค่า การทำงานน้อยลง จะช่วยให้บางคนใช้เวลากับเพื่อน และครอบครัวได้มากขึ้น หรือเพิ่มแรงผลักดันทางความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าใครจะมีวิธีการใช้เวลาว่างแบบใด “ต้องมีวิธีที่คนจะใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ แม้ว่าสังคมจะต้องการแรงงานเพียงไม่กี่คนก็ตาม”

 

อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ สิ่งที่รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา กลายมาเป็นเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันเสียแล้ว ด้วยการเข้าแทนที่ของหุ่นยนต์ ที่มีบทบาทในงานด้านการจัดการ หรือในกรณีของงานด้านสุขภาพ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในปี 2013ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ในปี 2030 ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถตรวจจับมะเร็งได้เร็วกว่ามนุษย์และหุ่นยนต์ด้านการดูแลสุขภาพ ที่สามารถทำงานพยาบาลได้ตามปกติอัลกอริธึมของเครื่องจักร ที่สามารถเลียนแบบงานของจิตรกรชื่อดังได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ไม่มีใครสามารถทราบได้เลยว่าวิทยาศาสตร์จะพาเราดำเนินไปในทิศทางใด หรือขั้นตอนการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์จะเป็นอย่างไรต่อไป

Lorem ipsum 

Lorem ipsum 

Lorem ipsum 

Lorem ipsum